Double NAT คืออะไร ทำไมเล่นเกมแล้ว NAT ไม่เปิด

What is double nat and why it causes gaming issues featured 16x9 1

หลายคนโดยเฉพาะคอเกมอาจเคยเจอปัญหาการเชื่อมต่อที่น่าหงุดหงิด เช่น NAT Type ขึ้นว่า Strict หรือ Moderate ทำให้เข้าร่วมปาร์ตี้กับเพื่อนไม่ได้ ซึ่งหนึ่งในต้นตอสำคัญของปัญหานี้คือสิ่งที่เรียกว่า Double NAT บทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจว่า Double NAT คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร และที่สำคัญคือเราจะแก้ไขปัญหานี้เพื่อปลดล็อกประสบการณ์การเล่นเกมและใช้งานอินเทอร์เน็ตให้เต็มประสิทธิภาพได้อย่างไร

Key Point สรุปใจความสำคัญ

  • Double NAT คือสถานการณ์ที่มีเราเตอร์ 2 ตัวทำหน้าที่แปลที่อยู่เครือข่าย (NAT) ซ้อนกันในเครือข่ายภายในบ้านเดียวกัน
  • สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการนำเราเตอร์ส่วนตัวมาต่อพ่วงกับเราเตอร์ที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ให้มา
  • ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเล่นเกมออนไลน์ (ทำให้ NAT Type เป็น Strict/Moderate), การทำ Port Forwarding, การใช้ VPN และการเข้าถึงอุปกรณ์ IoT จากภายนอก
  • วิธีแก้ไขที่ดีและปลอดภัยที่สุดคือการติดต่อผู้ให้บริการเพื่อขอตั้งค่าเราเตอร์ตัวหลักเป็น ‘Bridge Mode’ เพื่อให้เราเตอร์ของเราจัดการเครือข่ายทั้งหมดโดยตรง
  • หากทำ Bridge Mode ไม่ได้ ยังมีวิธีอื่น เช่น ตั้งค่าเราเตอร์ตัวที่สองเป็น Access Point Mode หรือใช้ DMZ แต่ก็มีข้อจำกัดและข้อควรระวังด้านความปลอดภัย

NAT คืออะไร ทำไมถึงสำคัญกับการเล่นเกม?

ก่อนจะไปถึงเรื่อง Double NAT เราต้องเข้าใจคำว่า NAT กันก่อน NAT ย่อมาจาก Network Address Translation เป็นกระบวนการที่เราเตอร์ WiFi ของเราใช้เพื่อจัดการการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ทั้งหมดในบ้าน (ซึ่งมี IP Address ส่วนตัว เช่น 192.168.1.10) กับโลกอินเทอร์เน็ตภายนอก (ซึ่งใช้ IP Address สาธารณะเพียงหนึ่งเดียว) เปรียบเสมือนพนักงานต้อนรับของคอนโด ที่คอยรับส่งจดหมายและพัสดุให้กับลูกบ้านทุกห้องโดยใช้ที่อยู่ของคอนโดเป็นหลัก

ในการเล่นเกมออนไลน์ NAT Type จะเป็นตัวกำหนดว่าการเชื่อมต่อของคุณกับผู้เล่นคนอื่นทำได้ดีแค่ไหน แบ่งเป็น 3 ประเภทหลักๆ:

  • Open NAT (Type 1): ดีที่สุด สามารถเชื่อมต่อกับผู้เล่นทุกคนได้อย่างอิสระ ไม่มีข้อจำกัด
  • Moderate NAT (Type 2): พอใช้ได้ อาจมีปัญหาในการเชื่อมต่อกับผู้เล่นบางคนที่เป็น Strict NAT
  • Strict NAT (Type 3): แย่ที่สุด สามารถเชื่อมต่อได้เฉพาะกับผู้เล่นที่เป็น Open NAT เท่านั้น ทำให้หาห้องเล่นเกมยากและเข้าร่วมปาร์ตี้กับเพื่อนไม่ได้

Double NAT เกิดขึ้นได้อย่างไร?

ปัญหา Double NAT เกิดขึ้นเมื่อมีอุปกรณ์ 2 ตัวในเครือข่ายของคุณพยายามทำหน้าที่ NAT พร้อมๆ กัน สถานการณ์ที่พบบ่อยที่สุดคือการที่เราเตอร์ที่ได้จากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ซึ่งส่วนใหญ่เป็น Modem-Router ในตัว ยังคงทำงานในโหมดเราเตอร์เต็มรูปแบบ แล้วเราก็นำเราเตอร์ประสิทธิภาพสูงที่เราซื้อมาเองมาเสียบต่อท้ายเข้าไปอีกที

เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น กระบวนการจะกลายเป็น:

  1. อุปกรณ์ของคุณ (เช่น PlayStation 5) ส่งข้อมูลออกไป
  2. เราเตอร์ตัวที่สอง (ที่คุณซื้อเอง) ทำการ NAT ครั้งที่ 1
  3. เราเตอร์ตัวแรก (ของ ISP) ทำการ NAT ครั้งที่ 2 ก่อนส่งข้อมูลออกสู่อินเทอร์เน็ต

กระบวนการที่ซ้ำซ้อนนี้เองที่สร้างปัญหา เพราะเมื่อข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์เกมส่งกลับมา มันจะสับสนว่าจะต้องส่งต่อไปที่ไหน ทำให้การเชื่อมต่อทำได้ไม่ราบรื่น และส่งผลให้ NAT Type ของคุณกลายเป็น Strict ในที่สุด

ผลกระทบและปัญหาที่เกิดจาก Double NAT

การมี Double NAT ในระบบเครือข่ายไม่ได้ทำให้ความเร็วอินเทอร์เน็ตลดลงโดยตรง แต่จะสร้างปัญหาด้านการเชื่อมต่อที่ซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะกับแอปพลิเคชันที่ต้องการการเชื่อมต่อแบบสองทาง (Peer-to-Peer) อย่างเกมออนไลน์

ปัญหายอดฮิตจาก Double NAT

  • NAT Type ไม่เปิด: ปัญหาคลาสสิกของชาวเกมเมอร์ ทำให้หาห้องเล่นเกมยาก, Lag, หรือเข้าร่วม Voice Chat กับเพื่อนไม่ได้
  • Port Forwarding ล้มเหลว: แม้คุณจะตั้งค่า Port Forwarding บนเราเตอร์ส่วนตัวอย่างถูกต้อง แต่คำสั่งนั้นจะถูกบล็อกโดยเราเตอร์ตัวแรกของ ISP
  • UPnP ทำงานผิดพลาด: Universal Plug and Play ที่ช่วยให้อุปกรณ์เปิดพอร์ตได้อัตโนมัติก็มักจะทำงานไม่ได้เมื่อเจอ Double NAT
  • ปัญหาการเชื่อมต่ออื่นๆ: อาจพบปัญหาในการใช้งาน VPN, การประชุมออนไลน์, หรือการเข้าถึงอุปกรณ์ในบ้านเช่น กล้องวงจรปิด หรือ NAS จากภายนอก

วิธีตรวจสอบว่าคุณกำลังเจอปัญหา Double NAT

มีวิธีง่ายๆ ในการตรวจสอบว่าเครือข่ายของคุณมีปัญหา Double NAT หรือไม่ โดยการดูที่อยู่ WAN IP Address บนเราเตอร์ส่วนตัวของคุณ

  1. ล็อกอินเข้าไปที่หน้าตั้งค่าของเราเตอร์ที่คุณซื้อมาเอง (ปกติจะเป็น 192.168.1.1 หรือ 192.168.0.1)
  2. มองหาส่วนที่แสดงสถานะอินเทอร์เน็ต หรือ WAN (Wide Area Network)
  3. ดูที่ WAN IP Address หากที่อยู่นั้นอยู่ในกลุ่ม Private IP Address (เช่น 192.168.x.x, 10.x.x.x, หรือ 172.16.x.x – 172.31.x.x) นั่นหมายความว่าคุณกำลังเจอปัญหา Double NAT
  4. IP Address ที่ถูกต้องควรจะเป็น Public IP ที่ไม่ขึ้นต้นด้วยเลขเหล่านี้

วิธีแก้ปัญหา Double NAT ที่ได้ผลและปลอดภัย

เมื่อแน่ใจแล้วว่าเจอปัญหา การแก้ไขที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณกลับมาใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยวิธีที่แนะนำที่สุดคือ

วิธีที่ 1: ตั้งค่า Bridge Mode (แนะนำที่สุด)

Bridge Mode คือการปิดฟังก์ชันการทำงานด้าน Routing และ NAT ของเราเตอร์จาก ISP ให้เหลือเพียงหน้าที่เป็น ‘สะพาน’ หรือโมเด็มอย่างเดียว เพื่อส่งต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตมาให้เราเตอร์ส่วนตัวของคุณจัดการเครือข่ายทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว นี่เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ถาวรและดีที่สุด

โดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้ใช้งานไม่สามารถตั้งค่า Bridge Mode ได้ด้วยตนเอง จำเป็นต้องติดต่อ AIS Fibre หรือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตของคุณ แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ว่า ‘ต้องการตั้งค่าอุปกรณ์เป็น Bridge Mode เพื่อใช้งานกับเราเตอร์ส่วนตัว’ หลังจากเจ้าหน้าที่ดำเนินการให้แล้ว คุณเพียงแค่นำสาย LAN จากเราเตอร์ของ ISP มาเสียบเข้าที่ช่อง WAN ของเราเตอร์ส่วนตัวของคุณ ทุกอย่างก็จะทำงานได้อย่างสมบูรณ์

วิธีที่ 2: ตั้งค่าเราเตอร์ตัวที่สองเป็น Access Point (AP Mode)

หากคุณไม่สามารถทำ Bridge Mode ได้ หรือต้องการเพียงแค่ขยายสัญญาณ WiFi ให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น การตั้งค่าเราเตอร์ตัวที่สองให้ทำงานในโหมด Access Point ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง วิธีนี้จะปิดฟังก์ชัน NAT และ DHCP ของเราเตอร์ตัวที่สอง ทำให้มันทำหน้าที่กระจายสัญญาณ WiFi เท่านั้น โดยยังคงให้เราเตอร์ของ ISP เป็นผู้จัดการเครือข่ายหลัก ข้อดีคือทำได้ง่าย แต่ข้อเสียคือคุณจะไม่ได้ใช้ฟีเจอร์ขั้นสูงของเราเตอร์ตัวที่สอง เช่น QoS หรือ Parental Controls

วิธีที่ 3: ใช้ DMZ (Demilitarized Zone)

เป็นวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย การตั้งค่า DMZ บนเราเตอร์ตัวแรกของ ISP โดยระบุ IP ของเราเตอร์ตัวที่สอง จะเป็นการสั่งให้เราเตอร์ตัวแรกส่งต่อทุกการเชื่อมต่อจากภายนอกไปยังเราเตอร์ตัวที่สองโดยตรง แม้วิธีนี้อาจช่วยแก้ปัญหา NAT ได้ แต่ก็เหมือนกับการเปิดประตูบ้านทิ้งไว้ ทำให้เราเตอร์ตัวที่สองของคุณต้องรับมือกับการโจมตีจากอินเทอร์เน็ตโดยตรง จึงไม่ใช่วิธีที่แนะนำหากไม่จำเป็น

สรุป

ปัญหา Double NAT เป็นเรื่องทางเทคนิคที่สร้างความปวดหัวให้ผู้ใช้งานจำนวนมาก โดยเฉพาะคอเกมที่ต้องการการเชื่อมต่อที่เสถียรและเปิดกว้าง การทำความเข้าใจสาเหตุและผลกระทบจะช่วยให้คุณเลือกวิธีแก้ไขได้ถูกต้อง ซึ่งการตั้งค่า Bridge Mode ถือเป็นทางออกที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุด เพื่อให้คุณได้ใช้งานอินเทอร์เน็ตบ้านเล่นเกมและกิจกรรมอื่นๆ ได้อย่างเต็มศักยภาพ ปลดปล่อยพลังของเราเตอร์ประสิทธิภาพสูงที่คุณลงทุนไปได้อย่างคุ้มค่า

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Double NAT ทำให้เน็ตช้าลงไหม?

โดยตรงแล้ว Double NAT ไม่ได้ลดความเร็ว Download หรือ Upload ของอินเทอร์เน็ต แต่จะส่งผลต่อค่า Latency และ Jitter ทำให้การตอบสนองช้าลง และเกิดอาการกระตุกหรือดีเลย์ในการเล่นเกม การประชุมออนไลน์ หรือการสตรีมสดได้

ถ้าใช้ Mesh WiFi จะเกิด Double NAT ไหม?

มีโอกาสเกิดขึ้นได้สูง หากคุณนำระบบ Mesh WiFi ไปต่อเข้ากับเราเตอร์ของผู้ให้บริการโดยตรงโดยไม่ได้ตั้งค่า Bridge Mode ก่อน อย่างไรก็ตาม ระบบ Mesh WiFi ส่วนใหญ่จะมีโหมดการทำงานให้เลือกเป็น ‘AP Mode’ หรือ ‘Bridge Mode’ เพื่อป้องกันปัญหานี้โดยเฉพาะ

ติดต่อผู้ให้บริการ (ISP) เพื่อขอเปิด Bridge Mode ต้องบอกว่าอะไร?

คุณสามารถแจ้งกับ Call Center หรือเจ้าหน้าที่เทคนิคได้โดยตรงว่า ‘ต้องการใช้งานเราเตอร์ส่วนตัว และขอให้ช่วยตั้งค่าอุปกรณ์ของเราเตอร์ของ ISP ให้เป็น Bridge Mode เพื่อแก้ปัญหา Double NAT’ เจ้าหน้าที่จะเข้าใจและดำเนินการให้ได้

การทำ Bridge Mode มีข้อเสียไหม?

ข้อเสียหลักคือฟังก์ชันเสริมบางอย่างที่มากับเราเตอร์ของ ISP อาจใช้งานไม่ได้ เช่น บริการโทรศัพท์บ้านผ่านอินเทอร์เน็ต (VoIP) หรือกล่องดูทีวี (IPTV) บางรุ่นที่ผูกกับการทำงานของเราเตอร์โดยตรง ควรสอบถามรายละเอียดเหล่านี้กับผู้ให้บริการก่อนตัดสินใจทำ Bridge Mode

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำเพื่อช่วยตัดสินใจเบื้องต้น เงื่อนไขและค่าใช้จ่ายอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบรายละเอียดแพ็กเกจและเงื่อนไขกับช่องทางสมัครก่อนยืนยันการสั่งติดตั้ง

เรื่องแนะนำเพิ่มเติม

เปิดบริการรับสมัครติดตั้ง AIS Fibre ทุกวัน

วันจันทร์–ศุกร์: 09.00–18.00 น.

วันเสาร์–อาทิตย์: 09.30–18.30 น.